538/68 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Justice: DoJ) ได้ตั้งข้อกล่าวหาบุคคลจำนวน 54 ราย จากคดีเครือข่ายอาชญากรรมที่ก่อเหตุโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็มในลักษณะ ATM Jackpotting ทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการสืบสวนเชื่อมโยงการก่อเหตุเข้ากับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ Tren de Aragua (TdA) และมีการตั้งข้อหาหลากหลาย เช่น การฉ้อโกง การฟอกเงิน และการสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย ทั้งนี้ หากศาลพิพากษาลงโทษ ผู้ต้องหาบางรายอาจได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 20 ปี ไปจนถึงสูงสุด 335 ปี
ATM Jackpotting เป็นรูปแบบการปล้นธนาคารที่อาศัยเทคโนโลยี โดยผู้ก่อเหตุจะเข้าถึงระบบภายในของตู้เอทีเอ็มผ่านการเปิดตู้ เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก หรือเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ จากนั้นติดตั้งมัลแวร์เพื่อสั่งให้ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงินสดออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาต หนึ่งในมัลแวร์ที่ใช้คือ Ploutus ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อส่งคำสั่งควบคุมโมดูลจ่ายเงินสด (Cash Dispensing Module) โดยตรง และยังสามารถลบหลักฐานการติดตั้งมัลแวร์เพื่อปกปิดร่องรอยการโจมตี หลังจากเงินถูกจ่ายออกมา กลุ่มผู้ก่อเหตุจะรวบรวมเงินสดและหลบหนีออกจากพื้นที่ภายในเวลาอันสั้น โดยไม่ก่อให้เกิดสัญญาณเตือนในทันที
ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ในบรรดาผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหามี Jimena Romina Araya Navarro ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่ม Tren de Aragua โดยเชื่อว่ารายได้จากการโจรกรรมตู้เอทีเอ็มถูกนำไปฟอกเงินและสนับสนุนกิจกรรมอาชญากรรมและการก่อการร้าย ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้โครงการ Homeland Security Task Force ที่ผนึกกำลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐ ระดับรัฐบาลกลาง และท้องถิ่น เพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าคดีนี้แสดงถึงประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันในการติดตามเส้นทางการเงิน และยืนยันว่ากลุ่มอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สหรัฐอเมริกาเป็นพื้นที่หลบซ่อนได้อีกต่อไป
แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/185908/cyber-crime/atm-jackpotting-ring-busted-54-indicted-by-doj.html
