จับมือเสริมเกราะไซเบอร์ สกมช.–กระทรวงการคลัง เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย พัฒนาระบบการเงินการคลังภาครัฐอย่างยั่งยืน

ยอดเข้าชม: 3 views

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 — สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับ กระทรวงการคลัง (กค.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MoU) เพื่อเสริมสร้างและยกระดับมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคลังของประเทศ ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะช่วยสนับสนุนการดำเนินภารกิจด้านการเงินการคลังของภาครัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การสร้างความตระหนักรู้ต่อภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการดำเนินงานเชิงปฏิบัติการที่มีลักษณะบูรณาการ ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันประสานงาน สนับสนุน ให้คำปรึกษา และให้ความช่วยเหลือในการพัฒนากำลังคนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติตามนโยบายและแผนปฏิบัติการว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย การป้องกัน การรับมือ และการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งดำเนินการเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์ และแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข่าวกรองภัยคุกคามด้วยมาตรฐานสากล และการยกระดับมาตรฐานระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศ

นายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการคลังและระบบการเงินการคลังของประเทศนับเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ โดยมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานอย่างกว้างขวาง ทั้งระบบการเงินการคลังภาครัฐ ระบบจัดเก็บรายได้ ระบบการเบิกจ่ายงบประมาณ และระบบบริการดิจิทัลเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีย่อมมาพร้อมกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของภารกิจภาครัฐ ความน่าเชื่อถือของระบบราชการ รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคลังของประเทศ และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ สกมช. ในการพัฒนากลไกการเฝ้าระวัง การประสานงาน และการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ

ด้าน พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เน้นย้ำว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีความซับซ้อน เชื่อมโยง และขยายตัวในวงกว้าง การรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าวจึงไม่อาจดำเนินการในลักษณะต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือ การประสานงาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ โดยความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกลไกการเฝ้าระวัง การตรวจจับ การวิเคราะห์ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ของหน่วยงานด้านการคลังให้มีประสิทธิภาพและทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ เลขาธิการฯ ยังกล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรการและมาตรฐานด้านเทคนิค โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความตระหนักรู้ด้านไซเบอร์ให้แก่บุคลากรภาครัฐ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ทั้งยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ในระดับภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความพร้อมและความสามารถในการฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไซเบอร์ (Cyber Resilience) ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการคลัง และช่วยยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศจากการรับมือเป็นรายกรณีไปสู่การบริหารจัดการเชิงระบบอย่างยั่งยืนในระยะยาว