122/69 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศอิหร่านลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยองค์กรติดตามสถานะอินเทอร์เน็ตระดับโลก NetBlocks ได้รายงานว่าข้อมูลเครือข่ายยืนยันการเกิดภาวะ “เกือบดับทั้งประเทศ” (near-total blackout) ซึ่งระดับการเชื่อมต่อของประเทศลดลงเหลือเพียงประมาณ 4% ของระดับปกติ
NetBlocks ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับมาตรการที่เคยถูกใช้ในช่วงความขัดแย้งกับอิสราเอลเมื่อปีที่ผ่านมา แสดงถึงความเป็นไปได้ว่าทางการอิหร่านอาจมีการจำกัดหรือปิดกั้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเจตนา ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน Cloudflare ยืนยันว่า ปริมาณทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตจากอิหร่านลดลงเกือบเป็นศูนย์ ในเวลา 18:45 น. ตามเวลา UTC (22:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งบ่งชี้ถึงการตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโลกในวงกว้าง
การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในอิหร่านมักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือควบคุมสถานการณ์ของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการไหลเวียนของข้อมูล ควบคุมแรงกดดันจากภายนอก และจำกัดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการสื่อสารภายในประเทศ การจัดกิจกรรมประท้วง และการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ รายงานจากสื่อท้องถิ่นยังระบุว่า มีการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นควบคู่กับปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้เว็บไซต์สำนักข่าวหลักของรัฐ เช่น IRNA และ ISNA ไม่สามารถให้บริการได้เป็นระยะ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหันไปติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram และ Telegram ในพื้นที่ที่ยังสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้บางส่วน
