149/69 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569

ตำรวจสากล (INTERPOL) ประกาศผลการปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก ภายใต้ชื่อ Operation Synergia III ที่มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 72 ประเทศ เข้าร่วม โดยสามารถยุติการทำงานของ IP Address และเซิร์ฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอันตรายกว่า 45,000 รายการ ที่ใช้ในการดำเนินการโจมตี เช่น ฟิชชิง (Phishing) มัลแวร์ และแรนซัมแวร์ นอกจากนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวยังนำไปสู่การ จับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 94 ราย และยังมีผู้ต้องสงสัยอีก 110 รายอยู่ระหว่างการสอบสวน พร้อมทั้งยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเซิร์ฟเวอร์รวม 212 รายการ จากการเข้าตรวจค้นและปฏิบัติการในหลายพื้นที่
ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถเปิดโปงรูปแบบการก่ออาชญากรรมไซเบอร์หลากหลายประเภทในหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macau) เจ้าหน้าที่พบเว็บไซต์ฟิชชิงมากกว่า 33,000 เว็บไซต์ ที่ปลอมแปลงเป็นคาสิโน ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐเพื่อหลอกขโมยเงินและข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่ในประเทศโตโก (Togo) เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็กบัญชีโซเชียลมีเดีย การหลอกลวงเชิงความสัมพันธ์ (Romance Scam) และการข่มขู่ทางเพศออนไลน์ (Sextortion) ส่วนในบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 40 ราย และยึดอุปกรณ์ 134 เครื่อง ที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงเกี่ยวกับเงินกู้ งานปลอม การขโมยตัวตน และการฉ้อโกงบัตรเครดิต ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้แก่ Group-IB, Trend Micro และ S2W
INTERPOL ระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและสร้างผลกระทบรุนแรงมากขึ้น แต่ Operation Synergia III แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือภัยคุกคามดังกล่าว โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นระยะที่สามของโครงการปราบปรามโครงสร้างพื้นฐานอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลกของ INTERPOL ซึ่งดำเนินการระหว่าง เดือนกรกฎาคม 2025 ถึงเดือนมกราคม 2026 ต่อเนื่องจากปฏิบัติการในปี 2023 และ 2024 ที่สามารถเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์และนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลก
