20/69 (IT) ประจำวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569

ธุรกรรม crypto ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในปี 2025 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยข้อมูลการวิเคราะห์บล็อกเชนระบุว่า ที่อยู่ crypto ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมได้รับเงินอย่างน้อย 154,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 162% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมไซเบอร์จากแรงจูงใจทางการเงินเพียงอย่างเดียว ไปสู่มิติด้านความมั่นคงอย่างชัดเจน ปัจจัยสำคัญมาจากการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 694% ส่งผลให้ปี 2025 กลายเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดในแทบทุกหมวดของอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับ crypto
ภัยคุกคามจาก Nation-State ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยปฏิบัติการไซเบอร์ของเกาหลีเหนือมีการยกระดับการโจรกรรม crypto อย่างมีนัยสำคัญ สร้างความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เหตุโจมตีครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกบันทึกว่าเป็นการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ crypto นอกจากนี้ stablecoin ได้กลายเป็นสื่อกลางหลักของธุรกรรมผิดกฎหมาย คิดเป็น 84% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมด แสดงถึงการพัฒนากลยุทธ์การโจมตีและการฟอกเงินที่มีความซับซ้อนและเป็นระบบมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจ crypto ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของรัสเซียและอิหร่านขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลเพื่อหลบเลี่ยงข้อจำกัดระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เครือข่ายฟอกเงินของจีน (Chinese Money Laundering Networks: CMLNs) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอาชญากรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การฟอกเงิน การสนับสนุนการหลบเลี่ยงคว่ำบาตร ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรัฐ แม้อาชญากรรมไซเบอร์แบบดั้งเดิมจะยังคงดำเนินต่อไป แต่แนวโน้มที่น่ากังวลคือการเชื่อมโยงอาชญากรรม crypto กับความรุนแรงทางกายภาพ เช่น การค้ามนุษย์และการบังคับให้โอนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาของภัยคุกคามที่ซับซ้อนและท้าทายต่อการบังคับใช้กฎหมายในระดับโลกมากขึ้น
