
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามข่าวสารจาก Microsoft เกี่ยวกับอัปเดต Windows 11 (KB5079391) ที่เพิ่มความสามารถของ Smart App Control ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานควรอัปเดตระบบปฏิบัติการ Windows 11 ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็ว เพื่อรองรับการปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อช่วยป้องกันแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงการแก้ไขข้อบกพร่องและเพิ่มความเสถียรของระบบ
1. รายละเอียด[1]
Microsoft ได้ปล่อยการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Optional Cumulative Update ที่หมายเลข KB5077241 สำหรับ Windows 11 โดยมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด 29 รายการ ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงความเสถียรภาพของระบบ ฟีเจอร์ใหม่และเครื่องมือเพิ่มเติม เช่น BitLocker, เครื่องมือทดสอบความเร็วเครือข่าย และ System Monitor (Sysmon) ซึ่งการอัปเดตหมายเลข KB5077241 เป็นการอัปเดตเวอร์ชันทดลองหรือ (Preview Update) ที่จะมีการเผยแพร่ในช่วงปลายเดือนของทุกเดือน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานสามารถทดสอบการแก้ไขบั๊ก ฟีเจอร์ใหม่ และการปรับปรุงต่าง ๆ ก่อนที่จะถูกรวมเข้าไปในอัปเดต Patch Tuesday ของเดือนถัดไป ทั้งนี้การอัปเดตประเภทนี้จะไม่รวมแพตช์ด้านความปลอดภัยแต่เน้นการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบเป็นหลัก
สำหรับอัปเดตประจำเดือนมีนาคม 2026 Microsoft ได้ปรับปรุงความเสถียรของ BitLocker ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์จะไม่ค้างหลังจากป้อนรหัสกู้คืนอีกต่อไปและได้เพิ่มการทดสอบความเร็วเครือข่ายในตัวสำหรับ Ethernet, Wi-Fi และการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ในแถบงานของ Windows ซึ่งสามารถเปิดได้จากการตั้งค่าด่วน Wi-Fi หรือเซลลูลาร์ หรือโดยการคลิกขวาที่ไอคอนเครือข่ายในระบบ
2. รูปแบบการนำไปใช้ในงาน
2.1 มีการเพิ่มความสามารถในการเปิด File Explorer ในหน้าต่างใหม่ด้วยการกดปุ่ม Shift หรือปุ่มเมาส์กลางค้างไว้ พร้อมทั้งปรับปรุงความเสถียรของระบบเมื่อออกจากโหมดพักเครื่อง (Sleep) และลดระยะเวลาในการกลับมาทำงาน โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาระงานสูง
2.2 มีการเพิ่มฟีเจอร์ System Monitor (Sysmon) มาในระบบ (ปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น) และเปิดใช้งาน Quick Machine Recovery (QMR) อัตโนมัติบนอุปกรณ์ Windows
รุ่น Professional ที่ไม่ได้เชื่อมต่อโดเมนหรือระบบจัดการองค์กร
2.3. ผู้ใช้งานสามารถติดตั้ง KB5077241 ได้ผ่านเมนู Windows Update โดยเลือก “ตรวจสอบการอัปเดต” และกด “ดาวน์โหลดและติดตั้ง” หรือดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งด้วยตนเองผ่าน Microsoft Update Catalog
2.4 หลังจากติดตั้งแล้ว ระบบ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 จะถูกอัปเดตเป็น Build 26200.7922 และ 26100.7922 ตามลำดับ
3. คำแนะนำเพิ่มเติมในการอัปเดต[2]
3.1 มีการปรับปรุงจัดการแถบใช้งานเมื่อใช้โหมดไม่รวมไอคอน (Ungrouped) ระบบจะย้ายเฉพาะหน้าต่างที่ไม่พอดีไปยังเมนูส่วนเกิน ช่วยลดพื้นที่ว่างที่ไม่จำเป็น
3.2 รองรับการตั้งค่าภาพพื้นหลังแบบ WebP ได้โดยตรงเป็นภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปสามารถจัดการการตั้งค่าได้จากเมนูดังนี้ > การปรับแต่งส่วนบุคคล > พื้นหลังหรือโดยการคลิกขวาที่ภาพใน File Explorer
3.3 เพิ่มการสนับสนุนสำหรับเครื่องมือบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล (RSAT) บนอุปกรณ์ Windows 11 Arm64 ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถติดตั้งและใช้งานเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องมือบริการโดเมน Active Directory และเครื่องมือบริการไดเร็กทอรีแบบเบา เครื่องมือบริการใบรับรอง Active Directory ตัวจัดการเซิร์ฟเวอร์ เครื่องมือการจัดการนโยบายกลุ่ม เครื่องมือเซิร์ฟเวอร์ DNS และเครื่องมือเซิร์ฟเวอร์ DHCP ได้แล้ว เครื่องมือเหล่านี้มีให้ใช้งานเป็นคุณสมบัติเสริม และสามารถติดตั้งได้ผ่านการตั้งค่า > ระบบ > คุณสมบัติเสริม หรือจากแผงควบคุม > โปรแกรม > เปิดหรือปิดคุณสมบัติของ Windows
นอกจากนี้ Microsoft เพิ่มเติมรายละเอียดของเมนู Start แบบใหม่ที่เริ่มเปิดตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงไอคอนแบตเตอรี่เพื่อให้ตรวจสอบสถานะได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและการอัปเดตใบรับรอง Secure Boot ซึ่งกำลังมีการแทนที่ใบรับรองเดิมจากปี 2011 ที่จะหมดอายุในเดือนมิถุนายน 2026 โดยไมโครซอฟต์ได้แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบล่วงหน้าให้ดำเนินการอัปเดตเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านความปลอดภัย
แหล่งอ้างอิง
[1] https://support.microsoft.com/en-us/topic/march-26-2026-kb5079391-os-builds-26200-8116-and-26100-8116-preview-7c9e2275-b9ba-4068-aeb0-23da42b81d3b
[2] https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/windows-11-kb5079391-update-rolls-out-smart-app-control-improvements/
