เตือนภัย! ระวังตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง! เปิดโปง 5 กลโกง “รับสิทธิคืนเงิน” ที่ต้องรู้ให้ทัน

ยอดเข้าชม: 28 views

ใครที่กำลังเดือดร้อนจากการถูกโกงและกำลังหาทางเอาเงินคืน ต้องระวังให้ดี! ตอนนี้มีมิจฉาชีพฉวยโอกาสแอบอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่รับแจ้งความออนไลน์” มาหลอกซ้ำเติมผู้เสียหาย วันนี้ ThaiCERT ขอเปิดโปง 5 ขั้นตอนที่แก๊งมิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อ เพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นผู้เสียหายซ้ำอีก โดยแก๊งมิจฉาชีพมักจะหลอกลวงอย่างเป็นระบบ ให้เหยื่อตายใจหลงเชื่อ ซึ่งมีขั้นตอนในการลงมือ ดังนี้

1. โฆษณาชวนเชื่อ “รับสิทธิคืนเงิน”

เริ่มต้นจากผู้เสียหายที่อาจเพิ่งถูกหลอกลวงให้โอนเงิน (เช่น จากการซื้อสินค้าออนไลน์จำนวน 15,000 บาท) ได้ไปพบกับโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีข้อความเชิญชวนในลักษณะว่า “รับแจ้งความออนไลน์ – รับติดตามเงินคืนจากมิจฉาชีพ การันตีได้รับเงินคืนภายใน 24 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ” พร้อมแนบภาพสลิปโอนเงินเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายที่กำลังวิตกกังวลและต้องการเงินคืน จึงรีบทำการติดต่อผ่านช่องทางกล่องข้อความของเพจดังกล่าวทันที

2. หลอกถามข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด

มิจฉาชีพ จะตอบกลับด้วยภาษาที่เป็นทางการ โดยแอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือฯ และขอให้ผู้เสียหายให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ID บ้านเขียว รวมถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด และเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจนได้มอบข้อมูลดังกล่าวไป โดยไม่ทราบว่ามิจฉาชีพจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสถานการณ์หลอกลวงให้แนบเนียนยิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อไป

3. ขอหลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

หลังจากรับฟังข้อมูลจากผู้เสียหายเบื้องต้น มิจฉาชีพจะใช้จิตวิทยาในการสร้างความหวังให้ผู้เสียหายตายใจ โดยมักจะตอบกลับด้วยข้อความที่ดูเป็นมืออาชีพ ตัวอย่าง “จากการตรวจสอบประวัติในระบบเบื้องต้น คดีนี้มีโอกาสติดตามเงินคืนได้ครับ แต่เพื่อให้การอายัดบัญชีและทำสำนวนคดีเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ทางเราจำเป็นต้องขอหลักฐานเพิ่มเติม…” จากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้เหยื่อส่งข้อมูลสำคัญทั้งหมด โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนปกติทางกฎหมาย

4. ให้เพิ่มเพื่อนเข้าแอปบ้านเขียว

เมื่อมิจฉาชีพได้รับข้อมูลและหลักฐานจากเหยื่อจนครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตัดตอนการสนทนาออกจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเดิม โดยมิจฉาชีพจะออกอุบายว่า “ขณะนี้ได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว เพื่อความรวดเร็วในการอายัดเงินและดึงเงินคืนระบบ ขอให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนแอปบ้านเขียว เพื่อติดต่อกับ ‘ร้อยเวรเจ้าของคดี’ โดยตรง พร้อมกับส่งลิงก์หรือไอดีให้เหยื่อกดเพิ่มเพื่อน การกระทำนี้ไม่ใช่ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐจริง แต่เป็นเทคนิคที่มิจฉาชีพวางแผนไว้เพื่อยกระดับการหลอกลวง ด้วยเหตุผลแอบแฝง

5. ปลอมโปรไฟล์เป็นตำรวจ

บัญชีแอปบ้านเขียวดังกล่าวจะใช้รูปโปรไฟล์เป็นตำรวจ พร้อมระบุยศและชื่อ-นามสกุลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้เสียหายตายใจ

เมื่อเริ่มคุย มิจฉาชีพจะหลอกให้ความหวังว่า “ตอนนี้อายัดเงิน 15,000 บาทของคุณคืนมาได้แล้ว” แต่มี “ข้อแม้” คือ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงิน “ค่าธรรมเนียมดำเนินการทางกฎหมาย” ไปให้ก่อน โดยอ้างว่าจะโอนคืนกลับมาพร้อมกับยอดเงินที่ถูกโกงไป

ด้วยความหวังที่จะได้เงินก้อนแรกคืน ประกอบกับความเชื่อใจในภาพลักษณ์ของตำรวจ (ปลอม) ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงซ้ำซ้อนและสูญเงินเพิ่มไปในที่สุด

💡 วิธีป้องกัน: จำไว้เสมอว่า การแจ้งความออนไลน์ของจริง ต้องทำผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (thaipoliceonline.go.th) เท่านั้น! ไม่มีนโยบายรับแจ้งความหรือติดตามเงินคืนผ่านช่องทางแชท Facebook หรือ Line เด็ดขาด

Thaicert ขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใด ๆ และช่วยกันแชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสียหายในวงกว้าง ป้องกันไม่ให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อีก!