
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบประกาศแพตช์รักษาความปลอดภัย เพื่อแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยจำนวนหลายรายการในระบบปฏิบัติการเครือข่าย ArubaOS-CX ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถรันโค้ดและเข้ายึดระบบเครือข่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ [1]
1. รายละเอียดช่องโหว่ [2]
1.1 CVE-2026-73749 (CVSS v3.1: 9.8) เป็นช่องโหว่ของระบบ ArubaOS-CX ซึ่งทำให้เกิดการประมวลผลที่ผิดปกติ ทำให้แฮกเกอร์สามารถ Packet ที่ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อโจมตีและรันโค้ดด้วยสิทธิ์สูงสุดได้
1.2 ช่องโหว่ระดับ High จำนวน 23 รายการ ประกอบด้วยช่องโหว่หลายรูปแบบ เช่น การสั่งรันคำสั่งโดยพลการ (CVE-2026-73751 (CVSS v3.1: 8.8), CVE-2026-73753 (CVSS v3.1: 8.8)), การเขียนไฟล์ทับลงบนระบบปฏิบัติการ (CVE-2026-73752 (CVSS v3.1: 8.8)), ช่องโหว่ Stored Cross-site Scripting (CVE-2026-73781), การใช้รหัสผ่านเริ่มต้นจากโรงงานที่คาดเดาได้ (CVE-2026-73778 (CVSS v3.1: 8.1)) และการข้ามผ่านการควบคุมการตรวจสอบสิทธิ์ (CVE-2026-73777) เป็นต้น
2. ผลิตภัณฑ์หรือระบบที่ได้รับผลกระทบ
อุปกรณ์สวิตช์เครือข่ายของ HPE Aruba Networking ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ ArubaOS-CX ในเวอร์ชันดังต่อไปนี้
2.1 version 10.18.0001
2.2 version 10.17.1021 และ version ก่อนหน้า
2.3 version 10.16.1051 และ version ก่อนหน้า
2.4 version 10.13.1180 และ version ก่อนหน้า
2.5 version 10.10.1180 และ version ก่อนหน้า
3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากแฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ได้สำเร็จ จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายทั้งหมด แฮกเกอร์จะสามารถรันคำสั่งหรือโค้ดอันตรายด้วยสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ (Privileged User) โดยไม่ต้องทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ยังสามารถเขียนไฟล์ทับ ขโมยข้อมูลสำคัญ หรือดัดแปลงการตั้งค่าเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบเครือข่ายและการให้บริการหยุดชะงัก
4. แนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยง
4.1 อัปเกรดระบบปฏิบัติการ ArubaOS-CX ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการอัปเดตแพตช์แก้ไขช่องโหว่แล้วทันที
4.2 เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของอุปกรณ์ทันทีหลังจากการติดตั้งใหม่หรือรีเซ็ตระบบ (Factory-default หรือ Post-ZTP) โดยกำหนดรหัสผ่านบัญชีผู้ดูแลระบบให้มีความรัดกุมและคาดเดาได้ยาก
4.3 จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบจัดการอุปกรณ์ โดยตั้งค่า Access Control List (ACL) ให้หน้า Web-based Management และ CLI สามารถเข้าถึงได้เฉพาะจากเครือข่ายภายใน (Internal Network) หรือ IP Address ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
4.4 ติดตามประกาศด้านความมั่นคงปลอดภัย จากทาง HPE อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและปรับปรุงความปลอดภัยของอุปกรณ์เครือข่ายให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/u3s4pf0kv5
[2] https://dg.th/ko3rwgqp4u
