แจ้งเตือน! ช่องโหว่ใน Google Chrome ถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว ขอให้ผู้ดูแลระบบเร่งอัปเดตเพื่อป้องกันการโจมตี

ยอดเข้าชม: 62 views

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพบช่องโหว่ใน Google Chrome ที่ผู้ไม่หวังดีสามารถนำไปใช้เพื่อทำการโจมตีผ่านหน้าเว็บไซต์หรือเนื้อหา HTML ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายภายใน Chrome Sandbox ได้ โดยมีรายงานว่าพบการนำช่องโหว่ดังกล่าวไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว จึงขอให้ผู้ดูแลระบบเร่งตรวจสอบและอัปเดต Google Chrome เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว [1]

1. รายละเอียดช่องโหว่
ช่องโหว่ CVE-2026-85046 (CVSS v3.1: 8.8) [2] เป็นช่องโหว่ประเภท Type Confusion (CWE-843) [3] ใน V8 ซึ่งเป็น JavaScript และ WebAssembly Engine ของ Google Chrome เกิดจากการจัดการชนิดข้อมูล (Type) ที่ไม่ถูกต้องภายใน V8 ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านการจัดการหน่วยความจำและเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดที่ผู้โจมตีสร้างขึ้นภายใน Chrome Sandbox ผ่านหน้า HTML ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ

2. รูปแบบการโจมตี
ผู้โจมตีสามารถสร้างหน้าเว็บไซต์หรือไฟล์ HTML ที่มีโค้ด JavaScript ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน V8 จากนั้นหลอกล่อให้เหยื่อเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวผ่าน Google Chrome เมื่อเหยื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ช่องโหว่ประเภท Type Confusion อาจถูกใช้เพื่อดำเนินการกับหน่วยความจำของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่ผู้โจมตีกำหนดภายใน Chrome Sandbox โดยรูปแบบการโจมตีอาจเกิดขึ้นผ่านเว็บไซต์ที่ผู้โจมตีสร้างขึ้น เว็บไซต์ที่ถูกบุกรุกและแทรกเนื้อหาที่เป็นอันตราย การโฆษณาที่ฝังโค้ดอันตราย (Malvertising) หรือลิงก์ที่ถูกส่งผ่านอีเมลและช่องทางสื่อสารต่าง ๆ

จากข้อมูล Chrome Releases ของ Google [4] ยืนยันว่าพบการนำช่องโหว่ดังกล่าวไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว ขณะเดียวกัน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ได้เพิ่มช่องโหว่นี้ไว้ใน Known Exploited Vulnerabilities (KEV) [5] ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช่องโหว่ดังกล่าวกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีและควรเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

3. แนวทางการแก้ไข
Google Chrome รุ่นก่อน 152.0.7977.82/.83 ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว โดย Google ได้ออก Chrome Stable Channel รุ่น 152.0.7977.82 สำหรับ Linux และ Android และ 152.0.7977.82/.83 สำหรับ Windows และ macOS เพื่อแก้ไขช่องโหว่ ทั้งนี้ ผู้ดูแลระบบควรเร่งตรวจสอบเวอร์ชันของ Google Chrome ที่ใช้งานและดำเนินการอัปเดตเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขหรือใหม่กว่าโดยเร็วที่สุด โดยสามารถตรวจสอบและติดตั้งการอัปเดตผ่านเมนู Settings > About Chrome จากนั้นกด Relaunch เพื่อให้การอัปเดตมีผล [6]

กรณีที่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที ควรเพิ่มมาตรการป้องกันชั่วคราว เช่น จำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และเฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติบนเครื่องปลายทางและเครือข่าย ทั้งนี้ ไม่พบวิธีการลดความเสี่ยง (Workaround) ที่ Google แนะนำอย่างเป็นทางการ จึงควรให้ความสำคัญกับการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นมาตรการหลัก

4. คำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม
4.1 เร่งตรวจสอบและอัปเดต Google Chrome ในเครื่องของหน่วยงานทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับเครื่องที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
4.2 ตรวจสอบ Version ของ Chrome ผ่าน chrome://settings/help หรือ chrome://version และจัดทำรายการเครื่องที่ยังใช้เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ
4.3 สำหรับหน่วยงานที่มีระบบบริหารจัดการ Endpoint ให้กำหนดนโยบายบังคับอัปเดต Chrome และตรวจสอบผลการติดตั้งจากส่วนกลาง
4.4 ตรวจสอบ Web Proxy, DNS, Firewall, EDR และระบบ SIEM เพื่อค้นหาการเข้าถึงเว็บไซต์หรือโดเมนที่มีความเสี่ยงและพฤติกรรมผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับ Chrome
4.5 หากพบเครื่องที่ใช้ Chrome เวอร์ชันที่มีช่องโหว่และมีพฤติกรรมผิดปกติ ควรพิจารณา แยกเครื่องออกจากเครือข่าย (Network Isolation) และดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม
4.6 ให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการเปิดเว็บไซต์หรือลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงเว็บไซต์ที่มีลักษณะหลอกให้ดาวน์โหลดหรืออัปเดตซอฟต์แวร์
4.7 สำหรับ Browser ที่พัฒนาบน Chromium เช่น Microsoft Edge, Brave, Opera หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ควรตรวจสอบประกาศด้านความปลอดภัยของผู้พัฒนาแต่ละรายและติดตั้งแพตช์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/p108auyeld
[2] https://dg.th/jeai2mp6uz
[3] https://dg.th/6ojcniahlq
[4] https://dg.th/rtw1osqgyb
[5] https://dg.th/izbun21pa4
[6] https://dg.th/kf9m12vba6