529/69 (IT) ประจำวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569

บริษัท IonQ ผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้านควอนตัมคอมพิวติง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาตัวถอดรหัสสำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบควอนตัม (Quantum Error-Correction Decoder) ที่สามารถทำงานได้แบบเรียลไทม์บนหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (CPU) แบบมาตรฐานเพียงตัวเดียว นวัตกรรมนี้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดที่เกิดจากความล่าช้าในการใช้คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกร่วมประมวลผลข้อผิดพลาด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดข้อจำกัดในการขยายขนาดระบบควอนตัมให้มีประสิทธิภาพและมีความเสถียรสูงขึ้นโดยไม่สูญเสียความเร็วในการทำงาน
โดยปกติแล้วคิวบิต (Qubit) ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลหลักของระบบควอนตัมมีความเปราะบางต่อสัญญาณรบกวนในสภาพแวดล้อม ทำให้สถานะการประมวลผลล้มเหลวได้ง่าย ระบบจึงต้องพึ่งพาคิวบิตเชิงกายภาพจำนวนมาก เพื่อช่วยตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดให้กับคิวบิตเชิงตรรกะที่ใช้ทำงานจริง กระบวนการดังกล่าว จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกเข้ามาช่วยถอดรหัสข้อมูล ซึ่งมักสร้างความล่าช้าให้กับระบบโดยรวม แต่จากการทดสอบตัวถอดรหัสใหม่ของ IonQ ผ่านการจำลองคิวบิตเชิงตรรกะจำนวน 408 ตัว พบว่าระบบใช้เวลาประมวลผลเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.02 ภายใต้สภาวะที่มีสัญญาณรบกวนตามปกติ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบใหม่นี้แทบไม่สร้างความล่าช้าต่อการคำนวณทางควอนตัมเลย
ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าทรัพยากรฮาร์ดแวร์คลาสสิกที่ใช้สนับสนุน ไม่จำเป็นต้องขยายตัวแบบก้าวกระโดดตามขนาดของระบบควอนตัมที่กว้างและซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับพาณิชย์ที่มีความทนทานต่อข้อผิดพลาด สำหรับองค์กรและผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความก้าวหน้านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าระบบควอนตัมประสิทธิภาพสูง กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลระบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด และเริ่มพิจารณาวางแผนยกระดับมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลไปสู่รูปแบบที่ต้านทานเทคโนโลยีควอนตัมได้ (Post-Quantum Cryptography) เพื่อเตรียมพร้อมปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ปลอดภัยจากความท้าทายใหม่ในอนาคต
