602/69 (IT) ประจำวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569

OpsShield ผู้พัฒนาโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์ cPGuard เปิดเผยเหตุการณ์ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบที่ใช้เผยแพร่ไฟล์อัปเดตโปรแกรม โดยผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบผ่านบัญชีผู้ใช้งานที่มีข้อมูลเข้าสู่ระบบถูกขโมยหรือถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นอาศัยช่องทางอัปเดตอย่างเป็นทางการของ cPGuard ส่งโปรแกรมอันตรายไปติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้า เพื่อเปิดช่องทางลับสำหรับกลับเข้ามาควบคุมระบบและขโมยข้อมูล เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อโปรแกรม cPGuard เวอร์ชัน 5.88.12 ถึง 5.88.19 ทั้งนี้ cPGuard เป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยสำหรับเซิร์ฟเวอร์ Linux ที่ช่วยตรวจจับมัลแวร์ ควบคุมการเชื่อมต่อผ่านระบบป้องกันเครือข่าย และป้องกันการโจมตี โดยนิยมใช้งานในธุรกิจเว็บโฮสติ้งและผู้ดูแลเว็บไซต์
จากการตรวจสอบพบว่า โปรแกรมอันตรายที่ถูกส่งผ่านระบบอัปเดตสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญจากเซิร์ฟเวอร์ได้หลายประเภท ได้แก่ ข้อมูลรหัสผ่านของระบบ Linux ข้อมูลการตั้งค่าฐานข้อมูล MariaDB/MySQL ประวัติการใช้คำสั่งของผู้ดูแลระบบ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อผ่าน SSH ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบอื่นที่เชื่อมโยงกันได้ โดยข้อมูลที่รวบรวมได้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ OpsShield ผ่านบัญชีที่ถูกบุกรุก ก่อนที่ผู้โจมตีจะเข้ามาดึงข้อมูลออกไปอีกทอดหนึ่ง OpsShield ระบุว่าพบเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 2,946 เครื่อง และพบว่าฐานข้อมูลระบบเรียกเก็บเงินของบริษัทถูกคัดลอกออกไปด้วย ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าข้อมูลใดบ้างถูกขโมยออกไป โดยสามารถตรวจพบและหยุดการเผยแพร่โปรแกรมอันตรายได้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
OpsShield แนะนำให้ผู้ดูแลระบบเร่งอัปเดต cPGuard ทุกเครื่องเป็นเวอร์ชัน 5.88.25 หรือใหม่กว่า เนื่องจากจะช่วยลบโปรแกรมอันตรายและไฟล์ที่ผู้โจมตีติดตั้งไว้ แต่การอัปเดตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงจากข้อมูลที่อาจถูกขโมยไปแล้ว จึงต้องเปลี่ยนรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงข้อมูลสำหรับเข้าใช้งานฐานข้อมูล บัญชีบริการบนระบบคลาวด์ และกุญแจสำหรับเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ผ่าน SSH พร้อมตรวจสอบการเข้าใช้งานระบบที่ผิดปกติ นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมออกอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อยกเลิกรหัสหรือกุญแจที่ใช้สำหรับเข้าถึงระบบของลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลือจากทางบริษัท เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้แต่ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้งานเชื่อถือก็อาจกลายเป็นช่องทางในการแพร่กระจายโปรแกรมอันตรายได้ ดังนั้น หน่วยงานและผู้ดูแลระบบควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของระบบอัปเดต ควบคู่ไปกับการตรวจสอบและเปลี่ยนข้อมูลสำหรับเข้าถึงระบบเมื่อพบเหตุการณ์ลักษณะนี้
