นักศึกษาชาวไต้หวันก่อเหตุรบกวนระบบรถไฟความเร็วสูง เผยจุดอ่อนด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ยอดเข้าชม: 121 views

251/69 (IT) ประจำวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569

ระบบรถไฟความเร็วสูงของ Taiwan เกิดเหตุหยุดให้บริการชั่วคราว หลังขบวนรถไฟ 4 ขบวนได้รับสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินและต้องเข้าสู่โหมดหยุดฉุกเฉิน ส่งผลให้การเดินรถหยุดชะงักนานเกือบ 1 ชั่วโมง และกระทบผู้โดยสารจำนวนมาก ต่อมาการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการแทรกแซงระบบสื่อสารโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 23 ปี ใช้เครื่องมือวิทยุและซอฟต์แวร์ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในการปลอมแปลงสัญญาณของระบบรถไฟ

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุใช้เทคนิค Software-Defined Radio (SDR) วิเคราะห์และถอดค่าพารามิเตอร์ของระบบสื่อสาร TETRA ที่ใช้ในระบบรถไฟความเร็วสูง ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวไปตั้งค่าในอุปกรณ์วิทยุสื่อสารเพื่อปลอมตัวเป็นอุปกรณ์ของระบบจริง และส่งสัญญาณ “General Alarm” ซึ่งตามมาตรการความปลอดภัยของระบบ รถไฟในพื้นที่ที่ได้รับสัญญาณจะต้องหยุดการทำงานทันทีในโหมดฉุกเฉิน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ขบวนรถไฟ 3 ขบวนหยุดทันที และอีก 1 ขบวนได้รับผลกระทบตามมา รวมระยะเวลาการหยุดชะงักประมาณ 48 นาที    

เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลต่อความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หลังมีรายงานว่าระบบสื่อสารดังกล่าวใช้ค่าพารามิเตอร์เดิมต่อเนื่องมานานถึง 19 ปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เมื่อผู้ก่อเหตุสามารถถอดรหัสได้แล้ว ก็สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ซ้ำได้โดยไม่ถูกตรวจจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่พักของผู้ต้องสงสัยและตรวจยึดอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร 11 เครื่อง อุปกรณ์ SDR และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยผู้ต้องสงสัยถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา ซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงและทดสอบระบบสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่สามารถเกิดขึ้นได้แม้จากอุปกรณ์ทั่วไปและซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในปัจจุบัน

แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/191785/hacking/taiwan-high-speed-rail-emergency-braking-hack-how-a-student-stopped-the-trains-and-exposed-a-major-security-gap.html