
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย และพบรายงานช่องโหว่ CVE-2026-14266 ในโปรแกรม 7-Zip ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับบีบอัดและแตกไฟล์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นข้อผิดพลาดประเภทการเขียนข้อมูลเกินขอบเขตของหน่วยความจำ หรือ Heap-based Buffer Overflow ในกระบวนการประมวลผลข้อมูลบีบอัดรูปแบบ XZ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีรันโค้ดอันตรายบนเครื่องของผู้ใช้งานได้ หากหลอกให้ผู้ใช้งานเปิดไฟล์บีบอัดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ โดยช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน 7-Zip เวอร์ชัน 26.02 [1]
1. รายละเอียดช่องโหว่
(CVE-2026-14266 มีคะแนน CVSS: 7.0 )[2] เป็นช่องโหว่ประเภท Heap-based Buffer Overflow ในกระบวนการประมวลผลข้อมูลบีบอัดรูปแบบ XZ ของ 7-Zip เมื่อโปรแกรมประมวลผลข้อมูล XZ ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ อาจทำให้เกิดการเขียนข้อมูลเกินขอบเขตของบัฟเฟอร์ (Buffer) ที่กำหนดไว้ ส่งผลให้โปรแกรมทำงานผิดปกติหรือเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีรันโค้ดอันตรายได้ ซึ่งการโจมตีต้องอาศัยการตอบโต้จากผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งานต้องเปิดไฟล์ที่เป็นอันตรายหรือเข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ หากโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีอาจรันโค้ดภายใต้สิทธิ์ของ Process 7-Zip ที่กำลังทำงานอยู่ โดยช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน 7-Zip เวอร์ชัน 26.02
2. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
2.1 โปรแกรม 7-Zip เวอร์ชันก่อน 26.02 ผู้ใช้งานที่ติดตั้ง 7-Zip เวอร์ชันก่อน 26.02 บนระบบปฏิบัติการ Windows ควรเร่งอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด
2.2 ระบบที่ใช้ 7-Zip ประมวลผลไฟล์จากแหล่งภายนอก เครื่องผู้ใช้งาน เครื่องเซิร์ฟเวอร์ และระบบอัตโนมัติที่ใช้ 7-Zip เปิดหรือแตกไฟล์บีบอัดจากอีเมล เว็บไซต์ หรือแหล่งข้อมูลภายนอก อาจมีความเสี่ยงหากประมวลผลไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่
3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากผู้ใช้งานเปิดหรือแตกไฟล์บีบอัดที่เป็นอันตรายด้วย 7-Zip เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ ผู้โจมตีอาจใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อดำเนินการบนเครื่องของผู้ใช้งานได้ ดังนี้
3.1 โปรแกรม 7-Zip อาจหยุดทำงาน การประมวลผลข้อมูลที่ผิดปกติอาจทำให้ 7-Zip เกิดข้อผิดพลาด ค้าง หรือปิดตัวลงอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบต่อการใช้งานหรือระบบที่ประมวลผลไฟล์โดยอัตโนมัติ
3.2 ผู้โจมตีอาจรันโค้ดอันตรายบนเครื่อง ผู้โจมตีอาจรันโค้ดภายใต้สิทธิ์ของบัญชีผู้ใช้งานที่เปิดไฟล์ เช่น ดาวน์โหลดหรือติดตั้งมัลแวร์ หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบางส่วนของระบบ
3.3 ข้อมูลสำคัญอาจได้รับผลกระทบ หากการโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีอาจเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลภายในเครื่องได้ ทั้งนี้ ขอบเขตของผลกระทบขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของบัญชีผู้ใช้งานที่เปิดไฟล์
3.4 เครื่องที่ได้รับผลกระทบอาจถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีระบบอื่น หากเครื่องที่ถูกโจมตีเชื่อมต่อกับเครือข่ายของหน่วยงาน ผู้โจมตีอาจใช้เครื่องดังกล่าวเป็นช่องทางเพื่อสำรวจหรือพยายามเข้าถึงระบบอื่นภายในองค์กรต่อไป
4. แนวทางการแก้ไขและข้อปฏิบัติ[3]
4.1 อัปเดต 7-Zip เป็นเวอร์ชัน 26.02 หรือใหม่กว่า ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรดาวน์โหลดและติดตั้ง 7-Zip เวอร์ชัน 26.02 หรือใหม่กว่าจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยเลือกชุดติดตั้งให้ตรงกับสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการ เช่น x64, x86 หรือ ARM64
4.2 ตรวจสอบเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่ เปิดโปรแกรม 7-Zip File Manager จากนั้นเลือกเมนู Help > About 7-Zip เพื่อตรวจสอบหมายเลขเวอร์ชัน หากเป็นเวอร์ชันก่อน 26.02 ควรดำเนินการอัปเดตโดยเร็วที่สุด
4.3 ตรวจสอบการติดตั้งภายในองค์กร หน่วยงานควรตรวจสอบเครื่องผู้ใช้งาน เครื่องเซิร์ฟเวอร์ และระบบอัตโนมัติทั้งหมดที่มีการติดตั้งหรือเรียกใช้งาน 7-Zip เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว
4.4 จำกัดสิทธิ์ของบัญชีผู้ใช้งาน ไม่ควรใช้บัญชีที่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบสำหรับการเปิดไฟล์หรือการใช้งานทั่วไป เพื่อลดผลกระทบหากผู้โจมตีสามารถรันโค้ดผ่านช่องโหว่ได้สำเร็จ
5. มาตรการลดความเสี่ยงเร่งด่วน
5.1 หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์บีบอัดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการเปิดหรือแตกไฟล์บีบอัดที่ได้รับจากอีเมล ข้อความ เว็บไซต์ หรือบุคคลที่ไม่สามารถยืนยันความน่าเชื่อถือได้ จนกว่าจะดำเนินการอัปเดตเรียบร้อย
5.2 ตรวจสอบไฟล์ก่อนเปิดใช้งาน ใช้ระบบกรองอีเมล โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ และระบบตรวจจับภัยคุกคาม เพื่อตรวจสอบหรือกักกันไฟล์บีบอัดก่อนส่งต่อให้ผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การตรวจไม่พบมัลแวร์ไม่ได้ยืนยันว่าไฟล์ดังกล่าวจะปลอดภัยจากการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้
5.3 จำกัดการประมวลผลไฟล์ XZ จากแหล่งภายนอก หากระบบไม่มีความจำเป็นต้องรับหรือประมวลผลไฟล์รูปแบบ XZ จากแหล่งภายนอก ควรพิจารณาจำกัดหรือระงับการใช้งานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะดำเนินการอัปเดตแล้วเสร็จ
5.4 ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติภายหลังการเปิดไฟล์ ตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การทำงานของ Process ที่ไม่รู้จัก การดาวน์โหลดไฟล์เพิ่มเติม การเชื่อมต่อไปยังหมายเลข IP หรือโดเมนที่ผิดปกติ รวมถึงการสร้างหรือแก้ไขไฟล์ในตำแหน่งที่ไม่คาดหมาย
ThaiCERT ขอให้หน่วยงานและผู้ใช้งานเร่งอัปเดต 7-Zip เป็นเวอร์ชัน 26.02 หรือใหม่กว่า เนื่องจากโปรแกรมไม่มีระบบอัปเดตอัตโนมัติ ผู้ใช้งานจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้งเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขด้วยตนเอง
แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/sph85kf172
[2] https://dg.th/z9x0eb75o2
[3] https://dg.th/3fzo8xnb5r
