
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และพบรายงานช่องโหว่ใน Paperclip แพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการ AI Agent ที่ช่วยให้สามารถบริหารและควบคุมการทำงานของ AI Agent หลายตัว รวมถึงรองรับการนำเข้าการตั้งค่าบริษัทและ Agent ผ่านไฟล์ Bundle และ YAML โดยผู้โจมตีที่ไม่มีข้อมูลรับรองสิทธิ์ อาจอาศัยช่องโหว่หลายจุดร่วมกัน ตั้งแต่การสร้างบัญชีผู้ใช้งาน การได้รับ Board API Token ไปจนถึงการข้ามการตรวจสอบสิทธิ์ในกระบวนการนำเข้าข้อมูล และนำไปสู่การสั่งรันคำสั่งบนระบบปฏิบัติการของเซิร์ฟเวอร์ได้ [1]
1. รายละเอียดช่องโหว่
CVE-2026-41679 (CVSS v3.1: 10.0) [2] เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการยืนยันตัวตนและการกำหนดสิทธิ์ที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการตั้งค่าเริ่มต้นด้านการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่ปลอดภัย ทำให้ผู้โจมตีที่สามารถเชื่อมต่อมายัง Paperclip ผ่านเครือข่ายสามารถเริ่มกระบวนการโจมตีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งานหรือข้อมูลรับรองสิทธิ์มาก่อน โดยมีการจัดประเภทความบกพร่องที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ CWE-287 Improper Authentication, CWE-862 Missing Authorization และ CWE-1188 Initialization of a Resource with an Insecure Default
โดยการโจมตีอาจเริ่มจากการสร้างบัญชีผู้ใช้งานภายใต้การตั้งค่าเริ่มต้นของระบบ จากนั้นผู้โจมตีสามารถสร้างและอนุมัติ CLI Authorization Challenge เพื่อรับ Board API Token สำหรับเข้าถึง API ของระบบ ก่อนอาศัยช่องโหว่ในการตรวจสอบสิทธิ์ของฟังก์ชัน Company Import เพื่อสร้าง Company ใหม่ และนำเข้าไฟล์ .paperclip.yaml ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถกำหนด AI Agent ให้ใช้งาน Process Adapter พร้อมคำสั่งที่ต้องการให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล เมื่อมีการเรียกใช้งาน Agent ทำงาน คำสั่งดังกล่าวอาจถูกรันด้วยสิทธิ์ของบัญชีระบบปฏิบัติการที่ใช้รัน Paperclip Server และนำไปสู่ Remote Code Execution (RCE) ได้
2. ระบบและเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ [3]
– Paperclip และ @paperclipai/server เวอร์ชันก่อน 2026.416.0 โดยเฉพาะระบบที่สามารถเข้าถึงผ่านเครือข่ายและทำงานใน authenticated mode โดยใช้การตั้งค่าเริ่มต้น
3. แนวทางการแก้ไข
3.1 อัปเดต Paperclip และ @paperclipai/server เป็นเวอร์ชัน 2026.416.0 หรือใหม่กว่าโดยเร็วที่สุด และควรเลือกใช้เวอร์ชันล่าสุดที่ผู้พัฒนารองรับ
3.2 ตรวจสอบการตั้งค่าการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งาน และไม่ควรเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถสร้างบัญชีได้หากไม่มีความจำเป็น
3.3 ตรวจสอบการใช้งาน Board API Token และ CLI Authorization Token ที่ผิดปกติ รวมถึง Token ที่ไม่ทราบที่มาหรือถูกสร้างขึ้นโดยบัญชีที่ไม่คุ้นเคย
3.4 จำกัดการเข้าถึง Paperclip Server จากอินเทอร์เน็ตโดยตรง และอนุญาตเฉพาะระบบ เครือข่าย หรือผู้ดูแลระบบที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน
3.5 หากจำเป็นต้องเปิดให้เข้าถึง Paperclip จากภายนอก ควรกำหนดมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เช่น Firewall, VPN หรือ IP Allowlist เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตี
4.หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที ควรดำเนินการดังนี้
4.1 จำกัดการเข้าถึง Paperclip Server ให้เฉพาะเครือข่ายภายใน VPN หรือหมายเลข IP ที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการเปิดบริการให้สามารถเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง
4.2 ปิดการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานแบบสาธารณะ โดยกำหนดค่า PAPERCLIP_AUTH_DISABLE_SIGN_UP=true ตามแนวทางของผู้พัฒนา เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่
4.3 ตรวจสอบ Log เพื่อค้นหาพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การสร้างบัญชีใหม่ที่ไม่ทราบที่มา การสร้างหรืออนุมัติ CLI Authorization Challenge การออก Board API Token การนำเข้า Company ใหม่ และการสั่ง Wakeup หรือเรียกใช้งาน Agent ที่ผิดปกติ
4.4 ตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าไฟล์ Bundle หรือ .paperclip.yaml โดยเฉพาะไฟล์ที่มีการกำหนด Process Adapter หรือคำสั่งที่ผิดปกติ รวมถึงการสร้าง Agent หรือ Company ที่ไม่ทราบที่มา
4.5 หากพบหลักฐานหรือมีเหตุสงสัยว่าระบบอาจถูกโจมตี ควรยกเลิกและออก Board API Token หรือ Credentials ที่เกี่ยวข้องใหม่ รวมถึงเปลี่ยน Secrets, API Keys และข้อมูลรับรองสิทธิ์ที่ Paperclip Server หรือ AI Agent สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากหากการโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวด้วยสิทธิ์ของ Paperclip Server
4.6 ตรวจสอบระบบปฏิบัติการและกระบวนการที่ทำงานภายใต้บัญชีที่ใช้รัน Paperclip Server เพื่อค้นหาคำสั่ง กระบวนการ ไฟล์ หรือการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ผิดปกติ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการถูกสั่งรันคำสั่ง
แหล่งอ้างอิง
