Microsoft และ Apple ออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ระดับวิกฤต ผู้ใช้งานควรอัปเดตระบบโดยทันที

ยอดเข้าชม: 43 views

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์กรณี Microsoft และ Apple ได้เผยแพร่แพตช์อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤต จำนวนรวม 8 รายการ โดย Microsoft พบช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถลอบรันโค้ดอันตราย (Remote Code Execution) และยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) ในบริการคลาวด์ได้ ในขณะที่ Apple พบช่องโหว่ที่สามารถข้ามผ่านการยืนยันตัวตนในฟีเจอร์การแชร์หน้าจอได้ หากไม่มีการแก้ไขช่องโหว่จะมีความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกยึดระบบปฏิบัติการ ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานจึงควรเร่งดำเนินการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที [1]

1. กลุ่มอุปกรณ์ที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบ

1.1 ผลิตภัณฑ์และบริการจาก Microsoft [2]

ระบบ Active Directory

ระบบ Azure (รวมถึง Azure SQL Database, Azure Service Bus, Azure SRE Agent)

ระบบ Entra (รวมถึง Entra Provisioning Service)

ระบบ SharePoint

ระบบ Teams

ระบบ Planetary Computer Pro

1.2 ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จาก Apple (macOS) [3]

เครื่องลูกข่ายที่ใช้งานระบบปฏิบัติการเวอร์ชันก่อนหน้า macOS Tahoe 26.6.1, macOS Sequoia 15.7.9

และ macOS Sonoma 14.8.9

2. รูปแบบพฤติกรรมการโจมตี

2.1 การโจมตีระบบบริหารจัดการและบริการคลาวด์ของ Microsoft

อาศัยข้อบกพร่องของระบบ ได้แก่ การขาดการยืนยันตัวตน การยืนยันตัวตนที่ไม่เหมาะสม และการขาดการอนุญาตสิทธิ์

2.2 การลอบรันโค้ดและยกระดับสิทธิ์

ช่องโหว่ของ Microsoft เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีผ่านเครือข่าย เพื่อลอบรันโค้ดและยกระดับสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลหรือการปลอมแปลงตัวตน โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์อย่างถูกต้อง

2.3 การข้ามผ่านการยืนยันตัวตนในระบบ Apple

ช่องโหว่เกิดขึ้นในฟีเจอร์การแชร์หน้าจอ (Screen Sharing) โดยผู้โจมตีที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายเดียวกัน จะสามารถข้ามผ่าน (Bypass) กระบวนการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่การแชร์หน้าจอของเหยื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกต้อง

3. รายละเอียดการอัปเดตและการแก้ไข

3.1 การแก้ไขช่องโหว่ของ Microsoft จำนวน 7 รายการ ดังนี้

– CVE-2026-63508 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Planetary Computer Pro

– CVE-2026-56162 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Azure SQL Database

– CVE-2026-65667 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Teams

– CVE-2026-50515 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Azure Service Bus

– CVE-2026-62830 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Azure SRE Agent

– CVE-2026-59115 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Entra Provisioning Service

– CVE-2026-50481 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Active Directory

3.2 การแก้ไขช่องโหว่ระบบปฏิบัติการของ Apple

แพตช์แก้ไขช่องโหว่ 1 รายการ คือ CVE-2026-65400 (CVSS v3.1: 7.1) โดยการแก้ไขนี้ถูกรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันอัปเดตใหม่ ได้แก่ macOS Tahoe 26.6.1, macOS Sequoia 15.7.9 และ macOS Sonoma 14.8.9

4. แนวทางการปฏิบัติและการบริหารจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบ

4.1 ผู้ดูแลระบบควรเร่งตรวจสอบและดำเนินการติดตั้งแพตช์อัปเดตความปลอดภัยของ Microsoft ทันที

4.2 บังคับใช้นโยบายการอัปเดต (Patch Management Policy) สำหรับคอมพิวเตอร์ Mac ทั้งหมดภายในหน่วยงาน ให้ทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็น macOS เวอร์ชันล่าสุดที่ระบุไว้

4.3 ตรวจสอบและปรับปรุงนโยบายการเข้าถึง (Access Control) รวมถึงการยืนยันตัวตน (Authentication) ในบริการคลาวด์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของหน่วยงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น

4.4 เฝ้าระวังระบบเครือข่าย (Network Monitoring) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น การพยายามยกระดับสิทธิ์ การรันโค้ดจากระยะไกล หรือการพยายามเข้าถึงพอร์ต Screen Sharing ภายในองค์กรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

[1] https://dg.th/h0iew82lpc

[2] https://dg.th/4ifeuptcg3

[3] https://dg.th/yn6ecvsia7