แจ้งเตือน! ช่องโหว่ใน Cisco Crosswork และ Cisco Secure Workload เสี่ยงรันคำสั่งและเข้าถึงข้อมูลสำคัญ

ยอดเข้าชม: 59 views

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) พบรายงาน Cisco เผยแพร่อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ Cisco Crosswork และ Cisco Secure Workload ช่องโหว่อาจเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีรันโค้ดหรือคำสั่งบนระบบ ข้ามการยืนยันตัวตน ควบคุมไฟล์ในระบบ หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ[1]

1. รายละเอียดช่องโหว่[2][3]
Cisco ระบุช่องโหว่ใน Cisco Crosswork ถูกพบจากการตรวจสอบความปลอดภัยภายใน และจัดกลุ่มตามประเภทของช่องโหว่ ได้แก่ SQL Injection, Missing Authentication for Critical Function, External Control of File System และ Insufficiently Protected Credentials โดยมีหมายเลข CVE ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ CVE-2026-20030, CVE-2026-20357, CVE-2026-20358 และ CVE-2026-20359 ซึ่งมีคะแนนความรุนแรงสูงสุด CVSS v3.1: 10.0 และ 9.9
สำหรับ Cisco Secure Workload ช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขประกอบด้วย CVE-2026-20231, CVE-2026-20315, CVE-2026-20317, CVE-2026-20318 และ CVE-2026-20319 ครอบคลุมช่องโหว่หลายประเภท เช่น Command/OS/Argument Injection, Improper Access Control, Improper Authentication, Improper Input Validation, Path Traversal, Buffer Overflow และ Out-of-Bounds Write โดยมีคะแนนความรุนแรงสูงสุด CVSS v3.1: 10.0 หากโจมตีสำเร็จ ช่องโหวอาจเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีรันโค้ดหรือคำสั่งบนระบบ ข้ามการยืนยันตัวตน เข้าถึงหรือแก้ไขไฟล์ในระบบ ลบหรือเขียนทับไฟล์ และเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ได้

2. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
2.1 Cisco Crosswork ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
– Crosswork Data Gateway
– Crosswork Network Controller
– Crosswork Planning
ช่องโหว่ส่งผลกระทบต่อ Cisco Crosswork เวอร์ชัน 7.2.1 และก่อนหน้า โดยเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขคือ 7.2.1-SP
2.2 Cisco Secure Workload ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ deployment แบบ SaaS และ on-premises โดยเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขคือ 3.10.9.1 สำหรับเวอร์ชัน 3.10 และก่อนหน้า และ 4.0.4.16 สำหรับเวอร์ชัน4.0 ทั้งนี้ สำหรับ SaaS Cisco ได้อัปเกรดส่วน Cluster แล้ว แต่ผู้ใช้งานยังต้องอัปเกรด Agent และ Connector เพื่อแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด

3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
3.1 ผู้โจมตีอาจรันโค้ดหรือคำสั่งบนระบบที่ได้รับผลกระทบ
3.2 ผู้โจมตีอาจข้ามการยืนยันตัวตนหรือเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.3 ผู้โจมตีอาจเข้าถึง แก้ไข เขียนทับ หรือลบไฟล์ในระบบ
3.4 ข้อมูลยืนยันตัวตนหรือข้อมูลสำคัญของระบบอาจถูกเข้าถึง
3.5 ระบบที่ใช้ Cisco Crosswork หรือ Cisco Secure Workload เพื่อบริหารจัดการโครงข่ายหรือ workload อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกควบคุม เปลี่ยนแปลงการตั้งค่า หรือกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

4. แนวทางการป้องกันและแก้ไข
4.1 ตรวจสอบว่าหน่วยงานมีการใช้งาน Cisco Crosswork หรือ Cisco Secure Workload เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบหรือไม่
4.2 อัปเกรด Cisco Crosswork เป็นเวอร์ชัน 7.2.1-SP หรือเวอร์ชันที่ Cisco ระบุว่าได้รับการแก้ไขแล้ว
4.3 อัปเกรด Cisco Secure Workload เป็นเวอร์ชัน 3.10.9.1 หรือ 4.0.4.16 ตามเวอร์ชันที่ใช้งาน
4.4 สำหรับ Cisco Secure Workload แบบ SaaS ให้ตรวจสอบและอัปเกรด Agent และ Connector ตามคำแนะนำของ Cisco แม้ Cisco จะอัปเกรดส่วน Cluster ให้แล้ว
4.5 เนื่องจาก Cisco ระบุว่า ไม่มี workaround สำหรับช่องโหว่เหล่านี้ การอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นแนวทางหลักในการลดความเสี่ยง
4.6 ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งาน สิทธิ์การเข้าถึง API บันทึกเหตุการณ์การเข้าสู่ระบบ การเปลี่ยนแปลงไฟล์ และกิจกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการรันคำสั่งหรือการเปลี่ยนแปลง configuration โดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/l3fdc294bh
[2] https://dg.th/y6a3td5oec
[3] https://dg.th/5b6q9xeir4