
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และพบรายงานการค้นพบมัลแวร์ Android ชื่อ Manic ซึ่งมีความสามารถในการขโมยข้อมูลและควบคุมอุปกรณ์ โดยมัลแวร์ดังกล่าวมีลักษณะเป็น Banking Malware และ Spyware ที่มุ่งเป้าผู้ใช้งานอุปกรณ์ Android ผ่านแอปพลิเคชันปลอมหรือเว็บไซต์หลอกลวง มัลแวร์ Manic สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน ข้อความ SMS รหัสยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) ไฟล์ภายในเครื่อง ตำแหน่งที่ตั้ง รวมถึงสามารถบันทึกการใช้งานหน้าจอและควบคุมการทำงานบางส่วนของอุปกรณ์ได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษในการใช้เทคนิคการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ เพื่อส่งต่อข้อมูลออกจากอุปกรณ์ แม้เครื่องเป้าหมายไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง [1]
1. รายละเอียดมัลแวร์ [2]
มัลแวร์ Manic มีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลทางการเงิน (Banking Malware) และซอฟต์แวร์สอดแนม (Spyware) ซึ่งใช้โจมตีผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Android ผ่านการหลอกลวงให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมหรือเว็บไซต์อันตราย โดยมีความสามารถหลายรูปแบบ ได้แก่
1.1 ขโมยข้อมูลบัญชีธนาคารและข้อมูลการทำธุรกรรม
1.2 ดักจับรหัสผ่าน รหัส PIN และข้อมูลที่ผู้ใช้งานป้อนบนอุปกรณ์
1.3 อ่านข้อความ SMS และข้อมูลแจ้งเตือน ซึ่งอาจรวมถึงรหัสยืนยันตัวตน (OTP)
1.4 เข้าถึงไฟล์ รูปภาพ และข้อมูลภายในอุปกรณ์
1.5 ติดตามตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์
1.6 แสดงหน้าจอปลอมทับแอปพลิเคชันจริงเพื่อหลอกเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน (Overlay Attack)
นอกจากนี้ Manic ยังมีความสามารถในการใช้ Wi-Fi Direct และ Bluetooth เพื่อค้นหาอุปกรณ์ใกล้เคียงที่ติดมัลแวร์ และใช้เป็นช่องทางส่งต่อข้อมูลเมื่ออุปกรณ์ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์อื่นจนสามารถเชื่อมต่อกลับไปยังระบบควบคุมของผู้ไม่หวังดีได้
2. คำแนะนำ
2.1 ตรวจสอบและถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก หรือแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ติดตั้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
2.2 ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะสิทธิ์ Accessibility Service, Notification Access, SMS และ Device Administrator หากพบแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นหรือไม่ทราบแหล่งที่มา ให้ยกเลิกสิทธิ์ทันที
2.3 เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ เช่น บัญชีธนาคาร อีเมล และบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หากสงสัยว่าอุปกรณ์อาจถูกติดมัลแวร์
2.4 ตรวจสอบรายการเข้าสู่ระบบและกิจกรรมผิดปกติของบัญชี เช่น การเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์หรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
2.5 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Google Play Store หรือแหล่งที่ได้รับการยืนยันเท่านั้น
2.6 หลีกเลี่ยงการติดตั้งไฟล์ APK จากเว็บไซต์หรือแหล่งที่ไม่ทราบความน่าเชื่อถือ
2.7 ไม่อนุญาตสิทธิ์ Accessibility Service หรือ Notification Access ให้กับแอปพลิเคชันที่ไม่มีความจำเป็น
2.8 เปิดใช้งาน Google Play Protect และระบบรักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์
2.9 เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) สำหรับบัญชีสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงกรณีข้อมูลบัญชีรั่วไหล
2.10 อัปเดตระบบปฏิบัติการ Android และแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/8i7y543xhe
[2] https://dg.th/zbqsu75ymw
