แจ้งเตือน! Cisco พบช่องโหว่ใน Crosswork และ Secure Workload เสี่ยงถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ แนะนำให้เร่งอัปเดตทันที

ยอดเข้าชม: 24 views

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบการแจ้งเตือนจาก Cisco เกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวน 9 รายการ บนผลิตภัณฑ์ Cisco Crosswork และ Cisco Secure Workload โดยมีถึง 5 รายการที่มีความร้ายแรงระดับวิกฤต ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถข้ามขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) เข้าไปแก้ไขไฟล์ และรันคำสั่งอันตรายบนระบบได้ ซึ่ง Cisco ยืนยันว่า ไม่มีการตั้งค่าใดที่สามารถบรรเทาผลกระทบได้ชั่วคราว (Workaround) จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว [1]

1. รายละเอียดช่องโหว่
1.1 Cisco Crosswork พบช่องโหว่สำคัญ จำนวน 4 รายการ ได้แก่
– CVE-2026-20030 (CVSS 10.0) เป็นช่องโหว่ประเภท SQL Injection เกิดจากการตรวจสอบข้อมูลนำเข้าไม่รัดกุม (Improper Input Validation) เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งอันตรายเพื่อเข้าถึง หรือแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลได้โดยไม่ได้รับอนุญาต [2]
– CVE-2026-20357 (CVSS 10.0) เป็นช่องโหว่จากการขาดกระบวนการยืนยันตัวตนในฟังก์ชันสำคัญ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเจาะเข้าถึงการทำงานบางส่วนของระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบ [3]
– CVE-2026-20358 (CVSS 10.0) เป็นช่องโหว่จากการควบคุมเส้นทางไฟล์ (Path Traversal) ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงหรือแก้ไขไฟล์สำคัญของระบบในตำแหน่งที่ถูกจำกัดสิทธิ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบในภาพรวม [4]
– CVE-2026-20359 (CVSS 9.9) เป็นช่องโหว่จากการจัดเก็บข้อมูลยืนยันตัวตน (Credentials) ที่ไม่ปลอดภัยเพียงพอ ส่งผลให้รหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าถึงระบบอาจถูกเปิดเผยหรือถูกดึงไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต [5]

1.2 Cisco Secure Workload พบช่องโหว่อีก 5 รายการ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งการใช้งานแบบ Software-as-a-Service (SaaS) และระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร (On-premises) [6] ได้แก่
– CVE-2026-20231 (CVSS 9.9) เป็นช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งอันตรายเข้าสู่ระบบได้ (Command Injection)
– CVE-2026-20315 (CVSS 10.0) เป็นช่องโหว่ด้านการควบคุมการเข้าถึง (Access Control) ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตได้
– CVE-2026-20317 (CVSS 10.0) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถข้ามขั้นตอนการตรวจสอบตัวตนได้ (Authentication Bypass)
– CVE-2026-20318 (CVSS 9.6) เป็นช่องโหว่ด้านการตรวจสอบข้อมูลนำเข้าและการเข้าถึงเส้นทางไฟล์ (File Path Validation)
– CVE-2026-20319 (CVSS 7.5) เป็นช่องโหว่ด้านการจัดการหน่วยความจำ (Memory Management) ซึ่งอาจทำให้ระบบล่มหรือหยุดให้บริการชั่วคราว (Denial of Service)

หมายเหตุ: ช่องโหว่เหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อเจาะเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญ ขโมย/แก้ไขข้อมูล หรือทำให้ระบบล่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งของแต่ละองค์กร

2. ผลิตภัณฑ์และเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ[7]
Cisco Crosswork
– Crosswork Data Gateway 7.2.1 และก่อนหน้า ให้อัปเดตเป็น 7.2.1-SP
– Crosswork Network Controller 7.2.1 และก่อนหน้า ให้อัปเดตเป็น 7.2.1-SP
– Crosswork Planning 7.2.1 และก่อนหน้า ให้อัปเดตเป็น 7.2.1-SP
– Crosswork Workflow Manager 2.1.1 และก่อนหน้า ให้อัปเดตเป็น 2.1.1-SP
ประกาศเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเพิ่ม Crosswork Workflow Manager เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบด้วย

Cisco Secure Workload
– เวอร์ชัน 3.10 และก่อนหน้า ให้อัปเดตเป็น 3.10.9.1
– เวอร์ชัน 4.0 ให้อัปเดตเป็น 4.0.4.16
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: สำหรับระบบ On-premises ผู้ดูแลระบบต้องอัปเดตทั้ง Cluster, Agent และ Connector ให้ครบถ้วน ส่วนผู้ใช้งานแบบ SaaS ทาง Cisco ได้ดำเนินการอัปเดตฝั่ง Cluster ให้แล้ว แต่ผู้ใช้งานยังต้องอัปเดตตัว Agent และ Connector ด้วยตนเอง

3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากช่องโหว่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ อาจส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถ
– เข้าถึงระบบหรือข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
– หลีกเลี่ยงกระบวนการยืนยันตัวตนหรือการควบคุมสิทธิ์
– เข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูล
– แก้ไขหรือจัดการไฟล์ภายในระบบ
– ส่งคำสั่งที่ไม่พึงประสงค์เข้าสู่ระบบ
– ทำให้ระบบหรือบริการบางส่วนทำงานผิดปกติหรือหยุดให้บริการ
– ทั้งนี้ ระดับผลกระทบขึ้นอยู่กับช่องโหว่ ผลิตภัณฑ์ และรูปแบบการติดตั้งของแต่ละองค์กร

อ้างอิง
[1] https://dg.th/9e1tx0qkpn
[2] https://dg.th/0y1w4il5fn
[3] https://dg.th/fbks6mw9hg
[4] https://dg.th/pjuq1swdr0
[5] https://dg.th/p1g64iqo2e
[6] https://dg.th/i79psjvmna
[7] https://dg.th/djoxi9nz7e