สหรัฐฯ ประกาศแบนอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากต่างชาติ หวั่นภัยคุกคามทางไซเบอร์

ยอดเข้าชม: 71 views

469/69 (IT) ประจำวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยคำสั่งดังกล่าวมีเป้าหมายในการสั่งห้ามการใช้งานอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และระบบที่เกี่ยวข้องซึ่งผลิตจากต่างชาติบางประเภทภายในสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์และความมั่นคงของชาติ มาตรการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในภาพรวม

รายละเอียดของคำสั่งนี้ครอบคลุมถึงการห้ามจัดซื้อ นำเข้า ถ่ายโอน หรือติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าจากต่างชาติ หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยผลักดันหลักจากความกังวลเรื่องกิจกรรมทางไซเบอร์ที่เป็นอันตราย ทำเนียบขาวระบุว่า ข้อจำกัดในการใช้งานอุปกรณ์ต่างชาติที่หละหลวมอาจเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างชาติสร้างและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ เช่น การฝังช่องทางลับหรือ Digital Backdoors ไว้ในระบบเพื่อลักลอบเข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์ โดยมาตรการนี้ยังเป็นการสานต่อนโยบายเพื่อลดการพึ่งพาอุปกรณ์ที่ผลิตในจีน เนื่องจากข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศชี้ว่า จีนครองสัดส่วนถึงร้อยละ 85 ของห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนของผู้อำนวยการ FBI ในปี 2024 ที่ระบุว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ได้เจาะระบบผ่านเราเตอร์ขนาดเล็กตามบ้านและสำนักงาน เพื่อเตรียมใช้เป็นฐานในการโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐฯ หากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เพื่อให้คำสั่งดังกล่าวมีผลในทางปฏิบัติ กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ จะใช้เวลา 120 วันนับจากนี้ในการร่างกฎระเบียบเพื่อบังคับใช้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากกรณีศึกษาดังกล่าว องค์กรและผู้ดูแลระบบที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับวิกฤตควรให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security) เบื้องต้นขอแนะนำให้มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมอุตสาหกรรมที่จัดซื้อจากหน่วยงานภายนอกอย่างเข้มงวด รวมทั้งควรเฝ้าระวังความผิดปกติของการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่หรือการถูกควบคุมระบบจากระยะไกล ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมและปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

แหล่งข่าว : https://cyberscoop.com/energy-department-cybersecurity-executive-order-rules/