487/69 (IT) ประจำวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569

CERT Polska ได้ออกเตือนภัยความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังพบผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสจากช่องโหว่บนอุปกรณ์เราเตอร์ MikroTik ที่เปิดให้บริการเข้าถึงผ่าน Secure Shell หรือ SSH สู่เครือข่ายสาธารณะอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบในระดับผู้ดูแลระบบสูงสุดได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน ซึ่งรายงานเบื้องต้นระบุว่าเริ่มพบพฤติกรรมการโจมตีดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ แม้การโจมตีจะมุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ที่มีการเปิดพอร์ตบริหารจัดการสู่สาธารณะ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปในบ้านเรือนที่ยังคงใช้การตั้งค่าไฟร์วอลล์ตั้งต้นของ MikroTik จะยังได้รับการปกป้องเนื่องจากระบบ ที่จะบล็อกการเข้าถึงพอร์ตเหล่านี้จากภายนอกโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบหรือระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่ชัดในขณะนี้
ผู้เชี่ยวชาญเรียกรูปแบบการโจมตีที่ผสมผสานช่องโหว่ 2 จุดนี้ว่า MikroTrick โดยส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการ RouterOS ในหลายเวอร์ชัน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลตารางการอัปเดตพบว่า เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมตั้งแต่ RouterOS 6.0.0 ถึงต่ำกว่า 6.49.21, เวอร์ชัน 7.0.0 ถึงต่ำกว่า 7.23.4, และเวอร์ชัน 7.24 ถึงต่ำกว่า 7.24.2 ซึ่งผู้พัฒนาได้ออกเวอร์ชันแก้ไขความปลอดภัยออกมาแล้ว ได้แก่ เวอร์ชัน 6.49.21, 7.23.5 สำหรับสาย long-term, 7.24.2 สำหรับช่องทาง stable และ 7.25beta3 สำหรับ development ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถทำการอัปเดตได้ทันที ควรอุดช่องโหว่ชั่วคราวด้วยการปิดบริการที่เปิดสู่สาธารณะ หรือจำกัดการเข้าถึงเฉพาะเครือข่ายผู้ดูแลระบบที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยเฉพาะบริการ SSH, WWW/WWW-SSL และ bandwidth-test รวมถึงหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ TLS หรือการใช้ SSH client ภายในตัว RouterOS จากอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้แพตช์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีในระหว่างนี้
หลังจากดำเนินการอัปเดตระบบปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบประวัติการใช้งานและสั่งประมวลผลคำสั่งตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ เพื่อดูว่ามีข้อความแจ้งเตือนความผิดปกติเกี่ยวกับไฟล์คอนฟิกูเรชันหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งาน สคริปต์ หรือการตั้งค่าที่แปลกปลอม หากพบข้อสงสัยว่าอุปกรณ์ถูกบุกรุก เช่น พบการสร้างบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สูงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือบันทึกการใช้งานที่มีสัญลักษณ์ผิดปกติ ควรทำการแยกอุปกรณ์ออกจากเครือข่าย สำรองข้อมูลคอนฟิกูเรชันและบันทึกระบบเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนทำการรีเซ็ตคืนค่าจากโรงงาน และสร้างระบบใหม่ด้วยไฟล์ตั้งค่าที่เชื่อถือได้เท่านั้น โดยไม่แนะนำให้ดึงไฟล์สำรองระบบทั้งหมดจากเครื่องที่ถูกแทรกแซงกลับมาใช้งานโดยตรง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของระบบเครือข่าย
แหล่งข่าว : https://thehackernews.com/2026/09/attackers-hijack-mikrotik-routers.html
