แจ้งเตือน! ช่องโหว่ระดับ Critical ใน SAP Kernel เสี่ยงถูกรันคำสั่งอันตรายบนระบบ

ยอดเข้าชม: 95 views

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบรายงานช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับวิกฤตใน SAP Extended Passport (EPP) Processing ซึ่งเกี่ยวข้องกับ SAP Kernel โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกเรียกในชื่อว่า OVERPASS มีหมายเลข CVE-2026-44756 ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถรันคำสั่งอันตรายบนระบบ เข้าถึงข้อมูลสำคัญ หรือแก้ไขข้อมูลของระบบที่ได้รับผลกระทบได้โดยไม่ได้รับอนุญาต[1]

1. รายละเอียดของภัยคุกคาม
CVE-2026-44756 ( CVSS V3.1:10 )[2] เป็นช่องโหว่ประเภท Memory Corruption / Buffer Overflow ในกระบวนการประมวลผล Extended Passport Protocol (EPP) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งผ่านข้อมูลบริบทของผู้ใช้งานและการทำงานระหว่างระบบ SAP โดยผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนอาจส่งข้อมูลหรือคำขอที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษไปยังระบบ SAP ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อทำให้เกิดความผิดพลาดในการประมวลผลหน่วยความจำ และหากโจมตีสำเร็จก็อาจนำไปสู่การรันคำสั่งอันตรายบนระบบปฏิบัติการของเครื่องแม่ข่ายได้ ผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญของระบบ กู้คืนข้อมูล Credentials หรือ Password Hashes อ่าน Session ของผู้ใช้งานที่กำลังเข้าสู่ระบบ รวมถึงแก้ไขข้อมูล การตั้งค่า หรือไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ SAP ได้

2. ระบบที่ได้รับผลกระทบ [3]
2.1 ระบบ SAP ที่มีการใช้งาน SAP Extended Passport (EPP) Processing
2.2 ระบบที่เกี่ยวข้องกับ SAP Kernel เช่น SAP NetWeaver, SAP S/4HANA, SAP ERP และ SAP Web Dispatcher
2.3 เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบตามข้อมูล CVE ประกอบด้วย SAP Kernel และ Web Dispatcher หลายเวอร์ชัน เช่น 7.22, 7.53, 7.54, 7.77, 7.89, 7.93, 8.04, 9.16, 9.18, 9.19 และ 9.20

3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
3.1 ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งบนระบบ SAP ที่ได้รับผลกระทบได้
3.2 อาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ข้อมูลผู้ใช้งาน หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบธุรกิจภายในหน่วยงาน
3.3 อาจแก้ไขข้อมูล การตั้งค่า หรือไฟล์ระบบที่เกี่ยวข้องกับ SAP ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
3.4 อาจนำไปสู่การเข้าควบคุมระบบ SAP หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเคลื่อนย้ายภายในเครือข่าย
3.5 อาจส่งผลกระทบต่อความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งานของระบบสำคัญภายในหน่วยงาน

4. แนวทางการแก้ไขและลดความเสี่ยง
4.1 ตรวจสอบว่าระบบ SAP ภายในหน่วยงานอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก CVE-2026-44756 หรือไม่
4.2 ติดตั้งแพตช์ตาม SAP Security Note #3747649 และคำแนะนำล่าสุดจาก SAP โดยเร็ว
4.3 จำกัดการเข้าถึงระบบ SAP ที่เปิดให้เข้าถึงจากเครือข่ายภายนอกหรืออินเทอร์เน็ต เฉพาะเท่าที่จำเป็น
4.4 ตรวจสอบ Log ของ SAP Gateway, SAP Web Dispatcher, Application Server และระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อค้นหาพฤติกรรมผิดปกติ
4.5 ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งาน สิทธิ์การเข้าถึง และกิจกรรมผิดปกติภายในระบบ SAP
4.6 สำรองข้อมูลสำคัญ และทดสอบแผนกู้คืนระบบ เพื่อรองรับกรณีระบบได้รับผลกระทบ

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/yxko89fm5z
[2] https://dg.th/8hvywqfi4e
[3] https://dg.th/krg1xnidhq