ศาลสหรัฐฯ พิพากษาจำคุก 4 ปี แฮกเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Conti

ยอดเข้าชม: 33 views

505/69 (IT) ประจำวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาได้มีคำพิพากษาจำคุก 4 ปี นายโอเล็กซี ลิตวิเนนโก ชาวยูเครนวัย 44 ปี อดีตนักกฎหมายที่ผันตัวมาเป็นอาชญากรไซเบอร์ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกงผ่านระบบเครือข่าย จากการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการของกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Conti ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายระดับโลก โดยระหว่างปี 2563 ถึง 2565 กลุ่มดังกล่าวได้ทำการโจมตีองค์กรมากกว่า 1,000 แห่งใน 31 ประเทศทั่วโลก จากการประเมินการจ่ายค่าไถ่รวมกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คดีนี้นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการติดตามและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงขององค์กรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับรายละเอียดพฤติการณ์ของคดีนี้ ผู้ต้องหาได้เข้าร่วมกับกลุ่ม Conti ในช่วงเดือนกันยายน 2564 โดยเป็นผู้พัฒนามัลแวร์ประเภท Loader ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเปิดช่องทางให้มัลแวร์อันตรายอื่น ๆ สามารถฝังตัวและทำงานบนระบบที่ถูกเจาะช่องโหว่ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันว่าเขาลงมือเจาะระบบเครือข่ายและครอบครองข้อมูลที่ถูกขโมยจากองค์กรหลายแห่งด้วยตนเอง ที่น่าสนใจคือแม้กลุ่ม Conti จะยุติบทบาทลงอย่างเป็นทางการในปี 2565 หลังจากข้อมูลภายในรั่วไหล แต่ผู้ต้องหายังคงดำเนินกิจกรรมทางไซเบอร์ที่ผิดกฎหมายต่อไป โดยในขณะที่ถูกจับกุมตัวที่ประเทศไอร์แลนด์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าคอมพิวเตอร์ของเขายังคงเปิดใช้งานเครื่องมือ Cobalt Strike และมีช่องทางการสื่อสารที่เข้ารหัสเพื่อเตรียมการโจมตีระบบอื่น ๆ อยู่

จากรูปแบบการโจมตีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าแม้กลุ่มอาชญากรไซเบอร์จะประกาศยุติการดำเนินงาน แต่เครื่องมือและผู้โจมตียังคงเป็นภัยคุกคามที่พร้อมก่อเหตุได้เสมอ ผู้ดูแลระบบและองค์กรต่าง ๆ จึงควรยกระดับการเฝ้าระวังอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการตรวจสอบความผิดปกติในระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือทดสอบเจาะระบบที่มักถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด เช่น Cobalt Strike พร้อมทั้งควรติดตั้งและใช้งานระบบตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามบนเครื่องปลายทาง (EDR) เพื่อป้องกันการทำงานของมัลแวร์ประเภท Loader ในระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ องค์กรควรบังคับใช้นโยบายการแบ่งแยกเครือข่าย (Network Segmentation) ควบคู่กับการสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อจำกัดขอบเขตความเสียหายและช่วยให้สามารถฟื้นฟูระบบกลับมาได้อย่างรวดเร็วหากเผชิญกับการโจมตีจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่

แหล่งข่าว : https://securityaffairs.com/198931/cyber-crime/conti-hacker-who-built-malware-and-attacked-victims-gets-four-year-sentence.html