พบปริมาณการหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แซงหน้าการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งแล้ว

ยอดเข้าชม: 61 views

592/69 (IT) ประจำวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569

รายงานล่าสุดจากบริษัท Akamai ระบุว่าสถิติการตรวจพบภัยหลอกลวงออนไลน์ (Online Scams) เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมปี 2568 ถึงมิถุนายน 2569 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ปริมาณภัยหลอกลวงประเภทนี้ มีจำนวนแซงหน้าการโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ไม่หวังดีที่มุ่งเน้นสร้างรายได้จากเหยื่อโดยตรงมากขึ้น ผ่านรูปแบบการสร้างร้านค้าปลอม การหลอกลวงให้ลงทุน การแอบอ้างเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านไอที และการฉ้อโกงการชำระเงิน เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อองค์กรที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามที่เชื่อมโยงกันหลายส่วน และต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ตกเป็นเป้าหมายหลักของการฉ้อโกง

ในรายละเอียดของรายงานพบว่า จำนวนภัยหลอกลวงออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 3.2 ล้านครั้ง ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 เป็น 6.4 ล้านครั้ง ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ขณะเดียวกันการโจมตีแบบฟิชชิงก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 61 โดยมีปัจจัยหลักจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสร้างเนื้อหาหลอกลวงได้หลายภาษาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลบหลีกระบบป้องกัน ส่งผลให้ระยะเวลาเฉลี่ยของการโจมตีแบบฟิชชิงสั้นลงจาก 48 วัน เหลือเพียง 22 วัน นอกจากผลกระทบทางเทคนิคแล้ว ข้อมูลจากสถาบัน Identity Theft Resource Center (ITRC) ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางจิตใจที่รุนแรง โดยพบว่าเหยื่อในสหรัฐอเมริกากว่าร้อยละ 80 เผชิญกับความเครียดรุนแรงจนมีความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมจากสถาบันที่เกี่ยวข้อง ทำให้เหยื่อส่วนใหญ่หันไปพึ่งพาและตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อนของกลุ่มบุคคลที่สามที่อ้างว่าสามารถกู้คืนเงินหรือจับกุมคนร้ายได้

จากแนวโน้มดังกล่าว การป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์จึงเป็นวาระสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทุกองค์กรต้องบูรณาการร่วมกัน องค์กรและฝ่ายรักษาความมั่นคงปลอดภัยควรนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์สิ่งผิดปกติและรวบรวมหลักฐานแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการตรวจสอบและระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ผู้ใช้งานจะได้รับผลกระทบ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ดูแลระบบ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบแหล่งที่มาของเว็บไซต์หรือการสื่อสารต่าง ๆ ไม่หลงเชื่อข้อความที่เร่งรัดให้ทำธุรกรรมทางการเงิน หากพบว่าตนเองหรือองค์กรตกเป็นเหยื่อ ควรติดต่อหน่วยงานทางการหรือสถาบันการเงินโดยตรงเพื่อประสานงานอายัดและตรวจสอบเบื้องต้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมให้แก่บุคคลภายนอกที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติม

แหล่งข่าว : https://www.infosecurity-magazine.com/news/online-scam-volumes-double/